Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/shopsmart/domains/shopsmart.in.th/public_html/Sources/Load.php(249) : runtime-created function on line 3
รู้ไว้ไม่เสียหาย รู้ก่อนป้องกันได้ ค่าเสียโอกาส คืออะไร
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: สมัตรสมาชิกแล้วสามารถโพสได้นะครับ
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: รู้ไว้ไม่เสียหาย รู้ก่อนป้องกันได้ ค่าเสียโอกาส คืออะไร  (อ่าน 250 ครั้ง)
Tityberry
Sr. Member
****

พลังน้ำใจ0
ID Number: 802
กระทู้: 381


ดูรายละเอียด อีเมล์
« เมื่อ: 31 สิงหาคม 2017 06:58:24 »

Permalink: รู้ไว้ไม่เสียหาย รู้ก่อนป้องกันได้ ค่าเสียโอกาส คืออะไร


ผู้คนส่วนมาก อาจเคยพูดคำว่า "รู้อย่างนี้" มานับครั้งไม่ถ้วน ด้วยความเสียใจกับจังหวะดี ๆ ที่ผ่านเข้ามาแล้วไม่ไขว่คว้าไว้ ในเรื่องการเงินแล้ว หากเกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้น มันก็คือ "ค่าเสียโอกาส" ทำให้คุณสุดแสนเสียดาย แต่ก็ต้องผ่านไป

ค่าเสียโอกาส คืออะไร?

ยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่น หากท่านเลือกวิธีกลับบ้านด้วยวิธีการเดิน ใช้ระยะเวลา 20 นาที หรือโบก taxi อาจจ่ายเงิน 100 บาท แต่ใช้เวลา 10 นาที ทั้งสองตัวอย่างนี้ มีค่าเสียโอกาสที่ไม่เหมือนกัน คือ

 หากใช้การ "เดิน" ค่าเสียโอกาสของท่าน คือ เวลาที่เสียไป 20 นาที ซึ่งระยะเวลาเหล่านี้ อาจนำไปใช้ในการอ่านหนังสือ มีเวลากับครอบครัว หารายได้ให้ตัวเอง ฯลฯ
 หากใช้การ "โบกแท๊กซี่" กลับบ้าน ก็ต้องจ่ายเงิน 100 บาทไป ซึ่งเงินจำนวนนี้ สามารถนำไปซื้อข้าวได้ 3 มื้อ หรือใช้จ่ายอย่างอื่นได้

สำหรับการลงทุนก็เหมือนกัน ถ้าคุณไม่ศึกษาข้อมูลการลงทุน และผลตอบแทนให้ถี่ถ้วน อาจมีคำว่า "รู้อย่างนี้ลงทุนในที่อื่นดีกว่า" , "รู้อย่างนี้ไปลงทุนแบบนี้ดีกว่า" ตามมาได้ เ***าะโอกาสในการลงทุน เช่น หุ้น, พันธบัตร, กองทุน หรืออื่นๆ อาจมีระยะเวลาจำกัดให้ท่านเลือกซื้อ แต่หากคุณไม่ตัดสินใจลงทุนในช่วงแรก "ช่องทางการลงทุน" อาจเติบโตและมีผลกำไรได้ในภายหน้า ก็เท่ากับท่านต้องเสีย "ค่าเสียโอกาส" เป็น "กำไรหรือผลตอบแทน" ที่มีมาแล้วนั่นเอง

ทว่าหากคุณใช้เวลาศึกษาข้อมูล วางแผนการเก็บเงินให้ละเอียดถี่ถ้วน และทำตามแผนในการเก็บออมเงิน***้อมไปกับการหาจังหวะในการลงทุนโดยมี "ความรู้" ความเข้าใจเป็นที่ตั้ง ก็จะช่วยลด "ค่าเสียโอกาส" ทั้งในรูปแบบของเงินหรือเวลาได้

ยกตัวอย่าง ติช่า "อาจใช้เวลาเรียนรู้รายละเอียด การลงทุนใน "หุ้น" ทั้งการอ่านหนังสือ เข้าอบรมมากมาย ส่งผลให้ติช่ามีความรู้และสามารถบริหาร "พอร์ตหุ้น" เพื่อให้ได้ผลตอบแทนมากกว่า 25% ต่อปี"

ติช่าเก็บเงินล้านแรกได้ในระยะเวลาแค่ 5 ปีเท่านั้น ซึ่งหากไม่มีความรู้ในการลงทุนในหุ้น แล้วไปเก็บเงินแบบการฝากธนาคาร ส่งผลให้ติช่ามี "ค่าเสียโอกาส" ที่จะได้เงินล้านแรกได้ถึง 4 ปี และเสียผลตอบแทนเป็นเงินอีกด้วย

"การลงทุนทุกด้านมีความเสี่ยง ทว่าการไม่เสี่ยงอะไรเลย ย่อมเป็นความเสี่ยงที่มากกว่า" เห็นได้ว่า การศึกษาข้อมูลเรื่องการลงทุน การมีความรู้ด้านการลงทุน ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เ***าะนอกจากจะทำให้มูลค่าเงินออมเพิ่มสูงขึ้นแล้ว นับว่าเป็นการลด "ค่าเสียโอกาส" ที่อาจมีขึ้นในอนาคตอีกด้วย


ศึกษาข้อมูล ค่าเสียโอกาส เพิ่มเติมได้ที่ https://wealthcare.krungthai-axa.co.th/opportunity-cost/

••••••••••••••••••••••••••••••••••••
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

สนับสนุนโดย SMF 1.1.14 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
Google visited last this page 29 สิงหาคม 2018 02:58:44
จัดทำและออกแบบ Theme โดย mymocover.com